ผศ.ดร.จินดา เจริญพรพาณิชย์
Asst.Prof.Dr.Chinda Charoenphonphanich
นายกสมาคมวิศวกรเครื่องกลไทย
President of Thai Society of Mechanical
Engineers (TSME)



Search

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday13
mod_vvisit_counterYesterday147
mod_vvisit_counterThis week322
mod_vvisit_counterLast week823
mod_vvisit_counterThis month2711
mod_vvisit_counterLast month3175
mod_vvisit_counterAll days397609

Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 54.92.150.98
,
Today: Jun 25, 2018

ข้อบังคับ1.0

ข้อบังคับ

 

สมาคมวิศวกรเครื่องกลไทย

หมวดที่ ๑ ความทั่วไป

 

ข้อ ๑.

สมาคมนี้มีชื่อว่า " สมาคมวิศวกรเครื่องกลไทย "

ย่อว่า " สวคท "

เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า " THAI SOCIETY OF MECHANICAL ENGINEERS "

ย่อว่า " TSME "

ข้อ ๒.

เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะดังรูป

 

 

 TSME_Logo

 

 

มีความหมายคือ วงนอกเป็นรูปเฟืองซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล วงกลางเป็นรูป กลุ่มคนล้อมวงหมายถึงความร่วมมือของวิศวกรเครื่องกลจากทั่วประเทศ และวงในสุดมีอักษรย่อชื่อของ สมาคมทั้งภาษาไทยและอังกฤษ สำหรับสีของเครื่องหมายประกอบด้วยสีแดง สีขาว และสีนำน้ำเงิน ซึ่งเป็นสี ของธงชาติไทย

ข้อ  ๓.     สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๙๙  ม. ๑๘  ต. คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  ๑๒๑๒๐ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต)

ข้อ ๔.  วัตถุประสงค์ของสมาคม

๔.๑ เพื่อประสานสามัคคี เกื้อกูลสนับสนุนในหมู่สมาชิก เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมเครื่องกล และวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง  ที่จะพึงปฏิบัติต่อสังคม โดยไม่ขัดต่อศีลธรรม และกฎหมายของบ้านเมือง

๔.๒ เพื่อร่วมมือกันระหว่างมวลสมาชิกของสมาคม และหน่วยงานวิชาการ และองค์กรอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์และอุดมการณ์อันดีงาม ในการกระทำใด ๆ ที่สมาคมมีขีดความสามารถที่ จะกระทำได้ เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง และทัดเทียมนานาประเทศ

 

 

๔.๓ เพื่อเป็นศูนย์รวมการศึกษา ค้นคว้า และเป็นที่ปรึกษาทางด้านวิชาการในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล แก่ สมาชิกและบุคคลที่สนใจโดยทั่วไป

๔.๔ การดำเนินการของสมาคมจะเน้นทางด้านวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยไม่มุ่งหวังผล ประโยชน์ และเข้าไปมีบทบาทใด ๆ ทางด้านการเมือง ทั้งนี้ไม่ตั้งโต๊ะบิลเลียน ไม่ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการพนัน การหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน ตลอดจนไม่ทำให้เสื่อมเสียศีลธรรม จารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

 

หมวดที่ ๒ สมาชิก

ข้อ ๕.      สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ

๕.๑ สมาชิกสามัญ

๕.๒ สมาชิกสมทบ

๕.๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์

๕.๔ สมาชิกนักศึกษา

๕.๕ สมาชิกนิติบุคคล

 

ข้อ ๖.      สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๖.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกลหรือเทียบเท่า

๖.๒ สมาชิกสมทบ ได้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเครื่องกลหรือเทียบเท่า หรือผู้สนใจใน

การดำเนินการของสมาคม

๖.๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้มีเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณ ซึ่งคณะกรรมการของ

สมาคม เห็นสมควรเชื้อเชิญให้เข้าเป็นสมาชิก

๖.๔ สมาชิกนักศึกษา ได้แก่ ผู้ที่กำลังศึกษาในสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลหรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง

๖.๕ สมาชิกนิติบุคคล ได้แก่ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเครื่องกล

 

 

ข้อ ๗.      ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

๗.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ ๒๐๐ บาท

๗.๒ สมาชิกสมทบ จะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท

๗.๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าบำรุงสมาคม

๗.๔ สมาชิกนักศึกษา จะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ ๑๐๐ บาท

๗.๕ สมาชิกนิติบุคคล จะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ  ๑,๐๐๐  บาท

ค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกหรือค่าบำรุงสมาคม ที่ได้ชำระแก่สมาคมแล้ว ไม่อาจเรียกคืนได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ

 

ข้อ ๘  การสมัครเข้าเป็นสมาชิก                                                                                                                                    ๘.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งชำระค่า          สมัคร และค่าบำรุงสมาชิก จึงถือว่าผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญของสมาคม                                                         ๘.๒ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งชำระค่า สมัคร และค่าบำรุงสมาชิก จึงถือว่าผู้นั้นเป็นสมาชิกสมทบของสมาคม

๘.๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้คณะกรรมการเป็นผู้เสนอชื่อในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของสมาคม ให้ เชื้อเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร ด้วยมติอย่างน้อย ๒ ใน ๓ ของกรรมการที่เข้าประชุม

๘.๔ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนักศึกษา ให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งชำระ ค่าสมัคร และค่าบำรุงสมาชิก จึงถือว่าผู้นั้นเป็นสมาชิกนักศึกษาของสมาคม

๘.๕ ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในองค์กรที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิติบุคคล ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคม ต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งชำระค่าสมัคร และค่าบำรุงสมาชิก จึงถือว่าองค์กรนั้นเป็นสมาชิกนิติบุคคล ของสมาคม

ข้อ ๙. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

๙.๑ ตาย

๙.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ

และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

๙.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก

๙.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะ

สมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๐.   สิทธิของสมาชิก

๑๐.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

๑๐.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

๑๐.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมจัดให้

๑๐.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๐.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหาร สมาคม

และมีสิทธิออกเสียง ลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้ คนละ ๑ คะแนนเสียง

๑๐.๖ สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม โดยยื่นคำขอนั้นไปยังคณะกรรมการบริหารเป็นลายลักษณ์อักษร

๑๐.๗ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวน ไม่น้อยกว่า ๓๐ คน ทำาหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการ ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

ข้อ๑๑ หน้าที่ของสมาชิก                                                                                                                                       ๑๑.๑ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับ ของสมาคมโดยเคร่งครัด                                          ๑๑.๒ มีหน้าที่ประพฤติตน ให้สมเกียรติกับที่เป็นสมาชิกของสมาคม                                                        ๑๑.๓ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม                                    ๑๑.๔ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดให้มีขึ้น                                                                                       ๑๑.๕ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย                                              ๑๑.๖ ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามข้อ ๖ แห่งข้อบังคับนี้                                                                     ๑๑.๗ แจ้งให้สมาคมทราบ เป็นลายลักษณ์อักษร หากมีการย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อหรือสกุล เพื่อแก้ทะเบียน

ภายใน กำหนด ๒ เดือน นับจากวันย้ายหรือเปลี่ยนแปลง

 

หมวดที่ ๓ การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ ๑๒.   ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย ๑๐ คน อย่างมากไม่เกิน ๓๐ คน โดยให้ที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งนายกสมาคม จากสมาชิกที่สมัครรับเลือก ตั้ง หรือได้รับการเสนอชื่อ จากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ โดยได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นนายกสมาคม ๑ คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งสมาชิกสามัญเข้าดำรง ตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม ตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่ง ตำแหน่งของกรรมการสมาคม มีตำแหน่งดังต่อไปนี้

๑๒.๑ นายกสมาคม

ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนของสมาคม

 

ในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะ

 

กรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๒.๒ อุปนายก

ทำ หน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตาม

 

หน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายก

 

สมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายก

 

สมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

๑๒.๓ เลขานุการ

ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของ

 

สมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายก

 

สมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

๑๒.๔ เหรัญญิก

มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย

 

บัญชีงบดุลของสมาคมและเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อ

 

ตรวจสอบ

 

๑๒.๕ ปฏิคม                          มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียม

 

๑๒.๖ นายทะเบียน มีน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับ

เหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

๑๒.๗ ประชาสัมพันธ์           มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และ

บุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

๑๒.๘ กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดย จำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งไว้ ให้ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

คณะกรรมการชุดแรกให้ผู้เริ่มจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคม และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ ๑๓.   ให้คณะกรรมการบริหารนี้ อยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปี เมื่อครบกำหนดแล้ว ให้ดำเนินการเลือกตั้ง คณะ กรรมการบริหารชุดใหม่ และมอบงานให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้งนายกสมาคมฯ นายก สมาคม มีสิทธิที่จะได้รับเลือก จากที่ประชุมใหญ่ได้อีก เมื่อบริหารงานครบตามวาระแล้ว แต่ไม่เกินสอง วาระติดต่อกัน กรรมการชุดเดิม มีสิทธิที่จะได้รับการแต่งตั้งได้อีก เมื่อบริหารครบตามวาระแล้ว ถ้า กรรมการตำแหน่งใดว่างลงก่อนถึงคราว เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ ให้นายกสมาคมแต่งตั้ง ผู้ที่เห็นสมควร เป็นกรรมการแทน ในตำแหน่งที่ว่างลงได้ และกรรมการแทนนี้ จะอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับอายุงานที่เหลือ ของกรรมการที่ตนแทน

ข้อ ๑๔.   กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

๑๔.๑ ตาย

๑๔.๒ ลาออก

๑๔.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ

๑๔.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

๑๔.๕ กรณีนายกสมาคมพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการทั้งชุด พ้นจากตำแหน่ง โดยให้คณะกรรมการ

ทำหน้าที่รักษาการ และจัดการเลือกตั้งตามข้อ ๑๒

ข้อ ๑๕. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

๑๕.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อ

ข้อบังคับฉบับนี้

๑๕.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

๑๕.๓ มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการ ช่วยดำเนินงานของสมาคม ได้ตามควรแก่กิจการเป็นคราว ๆ ไป

๑๕.๔ มีอำนาจที่จะเชิญบุคคล ที่ทรงคุณวุฒิมาเป็นที่ปรึกษาของสมาคมได้

๑๕.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการอย่างน้อย ๒ คน เป็นผู้แทนที่มีอำนาจเต็มไปทำกิจการใด ๆ ในนามของ

สมาคมได้ แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโดยเอกฉันท์

๑๕.๖ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

๑๕.๗ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

๑๕.๘ มีหน้าที่จัดบริหารกิจการต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของสมาคมฯ ภายใต้ความเห็นชอบ ของที่ประชุมใหญ่

๑๕.๙ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

๑๕.๑๐ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๕ หรือจำนวนอย่าง

น้อย ๓๐ คน ของสมาชิกทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัด ให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

๑๕.๑๑ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้อง ตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้ เมื่อสมาชิกร้องขอ

๑๕.๑๒ มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๖.   คณะกรรมการควรประชุมกันอย่างน้อยปีละ ๓ ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการสมาคม

ข้อ ๑๗.   การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้ กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือ คะแนนเสียงข้างมาก เป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุม เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๑๘.   ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคม ไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการ ที่เข้าประชุมคราวนั้น เลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่ง ทำหน้าที่ เป็นประธานในการประชุมครั้งนั้น

 

หมวดที่ ๔ การประชุมใหญ่

ข้อ ๑๙.   การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ ๑๙.๑ การประชุมใหญ่สามัญ

๑๙.๒ การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๐.   คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ ๑ ครั้ง

ข้อ ๒๑.   การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการ เห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการ เข้าชื่อร่วมกัน ของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อ คณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๒๒.   การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้ง กำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้สมาชิกได้ทราบ และ การแจ้งจะต้องแจ้ง เป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องให้สมาชิก ได้ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุม ไว้ ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลา ไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ ๒๓.   การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

๒๓.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

๒๓.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของสมาคมของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

๒๓.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ

๒๓.๔ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี

๒๓.๕ เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

ข้อ ๒๔.   ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุมไม่ น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า ๕๐ คน จึงจะถือว่า ครบองค์ประชุม แต่ถ้า เมื่อถึงกำหนดเวลาประชุม ยังมีสมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุม ไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของ สมาคม เรียกประชุมใหม่อีกครั้ง โดยจัดให้มี การประชุมขึ้น ภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุม เป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ ประชุม ยกเว้น ถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญ ที่เกิดขึ้นจากการร้องขอ ของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหม่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๕.   การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็น เกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติ มีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุม เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๖. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคม ไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะ ปฏิบัติหน้าที่ ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ ทำการเลือกตั้งกรรมการ ที่มาร่วมประชุม คนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็น ประธาน ในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๒๗.   การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด ให้อยู่ในความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากไว้ ในธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงิน ที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ข้อ ๒๘.   การลงนามในตั๋วเงิน หรือเช็คของสมาคม จะต้องมีนายกสมาคม หรืออุปนายกสมาคม ลงนามร่วมกับ เหรัญญิกสมาคม หรือเลขานุการสมาคม พร้อมประทับตราสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๒๙.   ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้า เกินกว่านั้น จะต้องได้รับอนุมัติ จากคณะกรรมการ และคณะกรรมการ จะอนุมัติให้จ่ายเงิน ได้ครั้งละไม่ เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติ จากที่ประชุม ใหญ่ของสมาคม

ข้อ ๓๐.   ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกิน กว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคาร ในบัญชีของสมาคมทันที ที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๓๑.   เหรัญญิก จะต้องควบคุมการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้อง ตามหลักวิชาการ การรับ หรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทน ร่วมกับ เหรัญญิก หรือผู้ทำการแทน  พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๓๒.   การจ่ายเงินของสมาคมทุกครั้ง เมื่อเหรัญญิกตรวจสอบเป็นการถูกต้องแล้ว ให้นำเสนอ นายกสมาคมฯ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากนายกสมาคมฯ เพื่อพิจารณาสั่งอนุมัติ ก่อนเว้นแต่เป็นค่าใช้สอยประจำ และ ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เหรัญญิก จึงจะจ่ายไปก่อนได้ แล้วนำเสนอนายกสมาคมฯ ให้ทราบ ภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันจ่ายเงินเป็นต้นไป และการหักล้างบัญชี ให้ใช้ใบเสร็จรับเงิน หรือใบสำคัญ รับเงินหักล้าง

ข้อ ๓๓.   ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชี ที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๓๔.   ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์สิน จากคณะกรรมการและ สามารถ จะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชี และทรัพย์สินของสมาคม ได้

ข้อ ๓๕.   คณะกรรมการ จะต้องให้ความร่วมมือ กับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

ข้อ ๓๖. การโอนหรือการจำหน่ายทรัพย์สินของสมาคมฯ นอกจากเงินสดนั้น จะกระทำได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ เท่านั้น

 

หมวดที่ ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๓๗.   ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น มติของที่ประชุมใหญ่ ในการ ให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วม ประชุมทั้งหมด

ข้อ ๓๘.   การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิก เพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ ที่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญ ที่เข้า ร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่ จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ ๓๙.   ถ้าสมาคม ต้องล้มเลิกไปโดยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้มอบทรัพย์สินทั้งหมด ของสมาคม ที่เหลืออยู่ แก่สถาบัน การศึกษา หรือองค์กรการกุศล แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นนิติบุคคล หรือตามมติที่ประชุมใหญ่

 

หมวดที่ ๗ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๐. ข้อบังคับนี้จะมีผลสมบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต ให้จดทะเบียน โดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

ข้อ ๔๑. คณะกรรมการชุดแรก ซึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมในระยะเริ่มต้น จะอยู่ในตำแหน่ง มีวาระครบ กำหนดถึงวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งแรก หลังจากสมาคม ได้รับอนุญาต ให้จัดตั้งสมาคม